ผมไม่ได้วิ่งออกกำลังกายในส่วนสาธารณะ หรือวิ่งบนลู่ แต่ผมวิ่งออกกำลังการริมถนนเส้นรัชดาภิเษก หลายอย่างที่ต้องเจอ ทั้งความสวยงาม วิวทิวทัศน์ หรืออุปสรรค์ ในการวิ่งของผมมีอะไรบ้าง

ผมเองพักแถวๆ เส้นรัชดาภิเษก ซึ่งแถวๆ นี้ไม่มีสวนสาธารณะ หรืออาจจะมีแต่ผมไม่รู้จัก สวนสาธารณะที่มีอยู่ห่างไกลออกไป ก็ต้องเสียค่าเดินทางในการไปวิ่งออกกำลังกาย ผมเองที่เคยมัวแต่ตั้งใจทำงาน ใช้คำว่า "ไม่ค่อยมีเวลา" ให้กับการออกกำลังกาย แต่หลังจากที่งานที่ทำอยู่มันมาถึงจุดที่เราอยากพักผ่อน บางทีก็อยากพักร่างกาย พักสมองบ้าง จึงตัดสินใจออกวิ่ง และอีกแรงพลักดันหนึ่งในการทำให้เราออกกำลังกาย ก็คือเพื่อนร่วมงาน ในทีมที่มีถึง 2 คนที่วิ่งอย่างจริงๆจังๆ ถึงขั้นวิ่งกันมาราธอน กันเลยทีเดียว

มาเร่ิมเส้นทางที่ผมใช้วิ่งกันดีกว่า ผมเริ่มวิ่งใน ซ.นาทอง 3 รัชดา ซ.7 วิ่งออกมาหน้าซอย เลี้ยวซ้ายไปตามถนนรัชดา จนถึง ถ.สุทธิสารวินิจฉัย วิ่งตรงมา แล้วเลี้ยวซ้ายที่ ถ.ประชาสุข แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางตลาดห้วยขวาง ก่อนจะกลับเข้าทาง ท้ายซอย ของรัชดา ซ.7

เริ่มต้นวิ่งที่​ ซ.นาทอง 3 อยู่ใน ซ.รัชดาภิเษก 7 ตรงร้านส้มตำรัชดาไก่ย่าง ผมวิ่งออกมาทางหน้า รัชดาภิเษก ซ.7 จะพบกับถนนรัชดาภิเษก

จากร้านส้มตำ เดินมาทางหน้าซอย รัชดา ซ​.7 ช่วงนี้ใช้การเดินเบาๆ เป็นการยืดเส้น ยืดสายให้พร้อมวิ่งสักหน่อย 

บริเวณหน้าซ. 7 รถเข้าออกเยอะ และมาตลอดเวลา และก็วิ่งกึ่งเดินต่อไปทางสี่แยกห้วยขวาง เส้นทางฟุตปาธ มันจะไม่สม่ำเสมอ เส้นนี้ถ้าวิ่งก็ยังไม่แย่เท่าไร พอวิ่งได้ 

วิ่งมาอีกหน่อยก็จะเจอกับ Emmanuel วิ่งผ่านมา ด้านหน้ามีร้านอาหารจีน แล้วก็ร้านอาหารหลายๆ ร้านอยู่ เลยไปอีกนิดจะมีป้ายรถเมล์ ตรงนี้ เหมาะจะเดินมากกว่าวิ่ง เพราต้นไม้ค่อนข้างเยอะ เสาไฟฟ้า ก็เยอะด้วย

วิ่งมาจนถึงสี่แยกห้วยขวาง ตรงนี้ต้องหยุด ไม่ว่าจะอยากหยุดหรือไม่ก็ต้องหยุด เพราะมักจะต้องรอไฟเขียวสำหรับคนเดิน อาจจะเป็นการวิ่งที่รู้สึกไม่ต่อเนื่องเท่าไรถ้าอยากวิ่งแบบยาวๆ 

หลังจากไฟเขียวคนเดินสว่างก็เดินกึ่งวิ่งมา ด้านซ้ายมือจะเป็น เทวาลัย พระพิฆเนศ คนมาสักการะเยอะมาก 2 ข้างทางจะมี พ่อหมอ แม่หมอ มาตั้งโต๊ะดูดวงกันบนริมฟุตบาธเลย

หลังจากผ่านมาก็จะเจอ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ห้วยขวาง และ 2 ข้างทางก็จะเต็มไปด้วยร้านขายของ วิ่งลำบาก ต้องเดินมากกว่าวิ่งเสียอีก

หลังจากเลย MRT ห้วยขวาง ช่วงนี้ยังจะพอวิ่งได้บ้าง เริ่มได้เหงื่อบ้าง แต่หลังจากที่วิ่งไปได้สักพัก ก็จะเจอกับ สถานบันเทิงโพไซดอน บริเวณตรงนี้ต้องเดินอย่างเดียว เพราะฟุตบาธจะแคบและพื้นฟุตบาธไม่เรียบ แผนปูนบางแผนกระดก

ผมเคยประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย จากข้อเท้าพลิกบริเวณนี้ เลยทุกครั้งที่ยังต้องผ่านบริเวณนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ ในการวิ่งสักหน่อย

ยิ่งฟุตบาธหน้า โพไซดอน ทั้งมืด แคบ และพื้นก็ไม่เรียบ 

แต่เมื่อผ่านมาแล้วก็วิ่งชมบรรยากาศ ยามค่ำคืนได้ จนถึง ตึกเมืองไทยประกันชีวิต แถวนี้เริ่มเหมาะกับการวิ่ง วิ่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ 

มาจนถึง MRT สุทธิสารอีกหนึ่งสถานี เส้นนี้วิ่งได้สบายๆ มีผู้คนไม่ขวักไขว่ เท่าไร ส่วนมากผู้คนมักจะอยู่ป้ายรถเมล์ หรือก็กลับบ้านพักผ่อนไปแล้ว

วิ่งมาจนถึงสี่แยกสุทธิสาร เป็นถนนรัชดาตัดกับถนน สุทธิสารวินิจฉัย ผมต้องเลี้ยวซ้าย เข้าถนน สุทธิสารวินิจฉัย 

หลังจากเข้าเส้นสุทธิสารวินิจฉัย ถนนเส้นนี้จะเป็น (One Way) เดินรถทางเดียว ก็ทำให้ผมวิ่งได้สบายหน่อย แต่ก็มีบ้างที่รถมอเตอร์ไซด์ จะสวนเลนกลับมา วิ่งไปก็ต้องระวังรถข้างหลังไปด้วย

ฟุตบาธโซนนี้จะแคบสักหน่อย มีเสาไฟฟ้า โผล่กลาง ทำให้วิ่งลำบาก แต่ก็ยังวิ่งได้ หลายครั้งที่วิ่งสวนกับคนที่เดินฟุตบาธด้วยกัน เราอาจจะต้องลงไปวิ่งบนถนน ซึ่งก็ต้องระวังรถที่มาจากด้านหลังด้วย นี่เดินรถทางเดียวนะ

วิ่งไปก็ได้ความรู้สึกเหมือนเล่นเกมบ้าง เพราะต้องคอยหลบเสาไฟฟ้า และกองขยะที่อาจจะไม่เป็นที่เป็นทางสักเท่าไร ฟุตบาธส่วนใหญ่จะมืด แสงไฟก็ไม่เยอะ

ผมวิ่งเป็นสี่เหลี่ยม ดังนั้นเมื่อเดินมาเจอไฟแดง ก็เลี้ยวซ้าย เพื่อวิ่งกลับไปยังจุดเริ่มต้น ที่เราออกสตาร์ท

การวิ่งในโซนนี้ ก็วิ่งได้เป็นช่วงๆ สลับกับเดิน เส้นนี้จะมีร้านอาหาร ทั้งร้านริมทาง และร้านอาหารที่เป็นตึกเยอะ ร้านก๋วยเตี๋ยวอีกเพียบ และยังมีร้านคาราโอเกะเยอะอีกด้วย 

ที่หน้าร้านคาราโอเกะ ก็มักจะมีสาวๆ มานั่งรอแขกหน้าร้าน ก็ยอมรับว่าวิ่งบางครั้งก็โดนแซว บ้าง เช่น "ร้องเกะไม๊พี่" หรืออื่นๆ แต่ก็ไม่บ่อยหรอกที่จะโดนแซว 555

จุดที่ผมมักจะชะลอหรือใช้การเดินคือจุดที่ต้องลาดชัน จุดทางลง ถ้าเราวิ่งมาแล้วเจอทางลง หากเราพลาดล้ม น้ำหนักจะไปทางด้านหน้า หน้าจะทิ่มนั้นเอง ผมเองเกือบล้มมาแล้วเลยต้องระวังตัวสักหน่อย

อุปสรรคการข้ามถนนเป็นเรื่องใหญ่ๆ เพราะเวลาที่เราวิ่งมาเหนื่อยๆ ถ้าเราเหนื่อยแล้วได้เดิน ก็จะทำให้ไม่เหนื่อยมาก แต่เวลาเจอสี่แยก แล้วต้องหยุดรอรถ บางครั้งรู้สึกเหมือนจะหน้ามืดยังไงไม่รู้ 

ของกินบนฟุตบาธเยอะมาก จนคนวิ่งต้องลงไปวิ่งบนถนนเลย เสี่ยงกับรถที่มาด้านหลังซะด้วย ถ้าถามว่าวิ่งบนฟุตบาธไม่ได้เหรอ ที่มันแคบ และมีคนเดินสันจรอยู่ ถ้าเราไปในทางฟุตบาธก็จะไปได้ช้าๆ หรือต้องหยุดเดินเลยแหละ

ดูบรรยากาอื่นๆบ้าง

ถนนเส้นนี้ยังคงพบร้านอาหารได้อย่างต่อเนื่อง 

และอุปสรรคของการวิ่งที่สำคัญเลยคือ กลิ่นอาหารทุกอย่างที่วิ่งผ่าน มันช่างยั่วเหลือเกิน 

อีกจุดที่ผมจะเดินคือไม่วิ่งเลย เพราะพื้นถนนมันเอียง หากเห็นว่าแคบๆ แต่ยังฝืนวิ่ง โอกาสเท้าพลิกจะสูงมาก เพราะช่วงเท้าลงพื้น เท้าเราจะเอียงส่งผลกับเท้าอีกข้างและการทรงตัวของเราด้วย

วิ่งกลับมาถึงจุดเลี้ยวเข้าตลาดห้วยขวาง จุดนี้เป็นตลาดเลย ต้องเตรียมตัววิ่งช้าๆ เพราะจากจุดนี้ไป ไม่เหมาะกับการวิ่งเป็นอย่างมาก

ด้านสองข้างทางจะเป็นร้านอาหารที่แข่งกันเปิด

มาถึงแยกนี้เตรียมตัวข้ามถนน ที่รถยนต์วิ่งกันด้วยความเร็ว ข้ามยากมาก ต้องหยุดวิ่งกันเป็นนาทีเลยทีเดียว 

เมื่อข้ามถนนมา จะผ่านตลาด ดูพื้นฟุตบาธครับ มันวิ่งยากมาก แค่เดินก็โอเคแล้ว อีกอย่าง มีคนสันจรไปมาอย่างขวักไขว พ่อค้าแม่ค้ายังขายของกันอยู่ ถึงแม้บางร้านจะเริ่มปิดแล้ว

จริงๆ บางครั้งถ้าหิวผมจะซื้อกับข้าวและข้าวจากที่นี่กลับบ้านเลย อาหารที่นี้ก็มีตั้งแต่ 10-40 บาท แต่คุณภาพก็ตามราคาเลย ถ้าเลือก 10 บาท ผัดผักก็ผักล้วนๆ (ไม่มีหมูเลย)  ได้น้อยด้วย

พื้นฟุตบาธ บางทีถ้าวันไหนตึกปล่อยน้ำออกน้ำก็จะขังกันเป็นแอ่ง เลยทีเดียว 

ร้านขายข้าวที่ต้องเดินผ่าน 

เลยมาอีกหน่อยจะเป็นร้านขาย อุปกรณ์ทั่วไป มีครบครัน ปกติถ้ามาเร็วๆ ก็อาจจะมีของวางนอกร้านบ้าง ทำให้เราวิ่งหรือเดินยากอีกนิดนึง

ตรงนี้หอนาฬิกา ห้วยขวาง ร้านอาหารเยอะมากๆๆ ได้กลิ่นอาหารแล้วหิวเลย ขอบอก

มีร้านขายมือถือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เต็มไปหมด แต่ ผมไม่มีที่วิ่ง ฝั่งนี้ฟุตบาธไม่มี ฝั่งโน้น พื้นเป็นร่องแถมต้องระวังรถที่วิ่งมาจากด้านหลัง

เส้นทางกลับบ้าน มืดนิดหน่อยแต่ก็พอวิ่งได้ ทำความเร็วได้ด้วย

ใกลถึงจุดเส้นชัยของผมแล้ว ด้านซ้ายมือ จะมีเหมือนกับลานอาหาร เป็นที่ขายของกินเยอะมาก ทั้งตามสั่ง อาหารเครื่องดื่ม เพียบ

สุดท้ายผมก็วิ่งกลับมาถึงจุดเดิม ก็คือส้มตำรัชดา นั้นเองจุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่ผมออกตัวนั้นแหละ

จากการวิ่งที่เล่าๆ มาก็ระยะทางรวมอยู่ 5 กิโลเมตรกว่าๆ หากวันไหน ผมอยากวิ่ง 6 กิโลเมตร ผมอาจจะวิ่งเพิ่มในตรอก ซอก ซอย แถวๆ นี้ หรืออยากยิ่งหนักๆ อย่าง 10 กิโลเมตร ก็จะวิ่งแบบนี้ 2 รอบเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการวิ่งออกกำลังกายในเมือง ที่ไม่มีสวนสาธารณะ หรือว่าฟิตเนต ให้วิ่ง การวิ่งออกกำลังกายแบบนี้ ต้องเสี่ยงบาดเจ็บ ต้องระวังอุปสรรคต่างๆมากมาย ทั้งคน ทั้งรถ

แนะนำที่พักใกล้ๆ

  โรงแรม  
เวค อัพ โฮสเทล กรุงเทพฯ
Wake Up Hostel Bangkok
ดูรายละเอียด
โอเรียนทัล สวีต
Oriental Suite
ดูรายละเอียด
คามิน เบิร์ด โฮสเทล
Kamin Bird Hostel
ดูรายละเอียด
บ้านแก้ว แมนชั่น
Baan Keaw Mansion
ดูรายละเอียด
คทา เรสซิเดนซ์ โฮสเทล
Kata Residence Hostel
ดูรายละเอียด
เซนเทลลา อพาร์ตเมนต์
Centella Apartment
ดูรายละเอียด
โรงแรมเดอะ มินิ รัชดา
The Mini Ratchada Hotel
ดูรายละเอียด
โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
The Emerald Hotel - Bangkok
ดูรายละเอียด
โรงแรมฮิพ กรุงเทพ
Hip Hotel Bangkok
ดูรายละเอียด
โรงแรมพาลาสโซ่
Palazzo Hotel
ดูรายละเอียด

ผู้เขียน

QueDesign ( 42 โพสต์)
เขียนเมื่อ : 23 ม.ค. 2561 23:12

มีความคิดเห็น 3 รายการ

  1. ไหนๆก้อวิ่งผ่านเอมมานูเอล และโพไซดอนแล้ว อยากให้เข้าไปรีวิวด้านในด้วย

  2. ไม่ว่างครับ ต้องรีบทำเวลาวิ่ง แค่ถ่ายรูปก็เสียเวลาไปเยอะแล้ว

  3. พึ่งได้มาอ่านอันนี้ครับ ผมเองก็เป็นคนที่วิ่งริมถนนบ่อย ๆ และวิ่งเส้นรัชดาภิเษกเหมือนกันเลยครับ ของผมจะเริ่ม Start จาก MRT สุทธิสาร (ตรงแถว ๆ ตลาดตึกเมืองไทย) วิ่งเป็นเส้นตรงอย่างเดียว ไปจนถึงสี่แยกพระราม 9 (แยกฟอร์จูนรัชดา) แล้วกลับตัวมาที่เดิม จะได้ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ไป-กลับ ครับ เส้นทางที่ผมอ่านดูจากในนี้ เห็นแล้วนึกภาพตามได้ไม่ยากเลยครับ คนพลุกพล่านจริง ๆ T_T

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผย. ดอกจัน (*) คือช่องที่จำเป็นต้องระบุ