บนเกาะที่มีคน 100 คน ทุกคนเป็น "นักตรรกศาสตร์" และถูกกักขังโดยจอมเผด็จการบ้าคลั่ง ซึ่งไม่มีทางหนี   ยกเว้นแต่กฏแปลกๆข้อนึง
นักโทษทุกคนสามารถไปหาผู้คุมได้ตอนกลางคืนเพื่อขอออกจากเกาะถ้านักโทษมีตาสีเขียวก็จะถูกปล่อยตัวแต่ถ้าไม่ก็จะถูกโยนลงในปล่องภูเขาไฟ 

แต่ความจริงแล้วนักโทษทั้งร้อยคนมีตาสีเขียว แต่พวกเค้าอาศัยที่เกาะตั้งแต่เกิด และ จอมเผด็จการพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พวกเค้ารู้สีตาของตัวเอง บนเกาะนั้นไม่มีพื้นผิวที่สามารถสะท้อนเงาได้ น้ำถูกบรรจุไว้ด้วยขวดทึบแสง และที่สำคัญพวกเค้าถูกห้ามไม่ให้พูดคุยกัน

ถึงแม้พวกเค้าจะมองเห็นกันในทุกๆเช้าตอนนับจำนวนคน ทุกคนรู้ว่าไม่มีใครยอมเสี่ยงหนีออกจากเกาะถ้าหากไม่แน่ใจว่าจะหนีออกไปได้สำเร็จจริงๆ

เมื่อกลุ่มมนุษย์สยชนกดดันกับเรื่องนี้ จอมเผด็จการจึงยอมให้คุณไปที่เกาะนั้นอย่างไม่เต็มใจและให้คุณพูดกับนักโทษภายใต้เงื่อนไขดังนี้ (คุณ คือนักมนุษย์สยชน)
1. คุณสามารถพูดกับนักโทษได้เพียงประโยคเดียวเท่านั้น
2. และห้ามบอกข้อมูลที่นักโทษไม่เคยรู้มาก่อน

คุณจะพูดอย่างไรเพื่อช่วยนักโทษพวกนี้โดยที่ไม่ผิดเงื่อนไขของจอมเผด็จการ

หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก คุณบอกกับพวกนักโทษว่า "พวกคุณอย่างน้อยหนึ่งคนมีตาสีเขียว" จอมเผด็จการเริ่มสงสัยแต่ก็มั่นใจว่าคำพูดของคุณไม่ได้มีความหมายอะไร แล้วคุณก็ได้ออกไปจากเกาะ และ ชีวิตในเกาะก็ดำเนินเหมือนอย่างเคย "แต่ในเช้าวันที่ 100 นับจากวันที่คุณไปที่เกาะ นักโทษทั้งหมดหายไปจากเกาะ" ซึ่งแต่ละคนได้ขอผู้คุมออกจากเกาะในคืนก่อน 

คุณเอาชนะจอมเผด็จการได้อย่างไร

ตัวอย่างที่ 1
จำนวนนักโทษจะมีเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อให้ง่ายขึ้นลองสมมติว่ามีแค่สองคนคือ เอเดรีย และ บิล ต่างคนต่างเห็นว่าอีกคนมีตาสีเขียวและเท่าที่แต่ละคนรู้นั่นอาจจะเป็นคนตาสีเขียวคนเดียวบนเกาะก็ได้ ดังนั้นในคืนแรกจึงไม่มีใครขอออกจากเกาะ แต่เมื่อเค้าเห็นว่าอีกคนนึงยังอยู่ในเช้าวันต่อมา พวกเค้าเลยคิดได้ในทันที "เอเดรีย รู้ว่าถ้า บิล เห็นตาของเธอไม่ใช่สีเขียวเค้าก็คงออกจากเกาะตั้งแต่คืนแรกแล้ว" เมื่อเค้าสรุปได้ว่าคำพูดของคุณหมายถึงเขาแค่คนเดียว บิลเองก็คิดได้เหมือนกับสิ่งที่เอเดรียคิด ความจริงที่ว่าอีกคนนึงยังคงรออยู่แสดงว่าทั่งสองคนต้องมีตาสีเขียวเหมือนกัน และในเช้าวันที่สองทั้งสองคนก็ออกไปจากเกาะ

ตัวอย่างที่ 2
ลองสมมติว่ามีสามคนบ้างคนคือ เอเดรีย บิล และ คาล สามารถมองเห็นอีกสองคนที่มีตาสีเขียวได้ แต่นอกจากตัวเองแล้วคนอื่นอีกสองคนจะมองเห็นอีกสองคนมีตาสีเขียวเหมือนกันไหมหรือแค่คนเดียว! พวกเค้ารอจนผ่านคืนแรกไป แต่ในเช้าวันต่อมาพวกเค้าก็ยังคงไม่มั้นใจ คาลคิดว่าถ้าชั้นไม่มีตาสีเขียวก็แสดงว่า เอเดรีย กับ บิล กำลังจับตาดูกันและกันอยู่ และทั้งสองคนก็น่าจะออกจากเกาะไปได้ในคืนที่สอง แต่เมื่อเค้าเห็นทั้ง เอเดรีย และ บิล ในเช้าวันที่สาม เค้าก็คิดว่าทั้งสองคนนั้นต้องจับตาดูเค้าอย่างแน่นอน เอเดรีย และ บิล ก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน และพวกเค้าทั้งหมดก็ออกจากเกาะได้ในคืนที่สาม

สรุป

โดยการใช้เหตุผลแบบอุปนัยเช่นนี้ เราจะเห็นว่ารูปแบบนี้จะเกิดซ้ำไปเรื่อยๆไม่ว่าจะมีนักโทษกี่คนก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือแนวคิดของความรู้ร่วมกัน ซึ่งนักปรัชญา David Lewis เป็นผู้คิดค้น ข้อมูลใหม่ไม่ได้อยู่ในคำพูดของคุณ แต่อยู่ที่คุณบอกข้อมูลนี้ให้ทุกๆคนพร้อมๆกัน นอกเหนือจากที่รู้ว่าอย่างน้อยหนึ่งคนในพวกเค้าที่มีตาสีเขียว นักโทษแต่ละคนยังรู้อีกว่าทุกคนต่างก็คอยจับตาดูคนที่มีตาสีเขียวที่พวกเค้าสามารถมองเห็นได้ และทุกคนก็รู้แบบนี้เหมือนกันหมด มีสิ่งเดียวที่ไม่ว่านักโทษคนไหนก็ไม่รู้นั่นก็คือตัวเค้าเองเป็นคนที่มีตาสีเขียวหรือไม่และกำลังถูกคนอื่นคอยจับตาดูอยู่หรือไม่จนกระทั่งหลานคืนผ่านไปเท่ากับจำนวนนักโทษบนเกาะ

ถ้างงเรามาดู VDO กัน

ที่มาTED-Ed Thai Channel

ผู้เขียน

NO13ODY ( 17 โพสต์)
เขียนเมื่อ : 16 ก.ค. 2561 12:14

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผย. ดอกจัน (*) คือช่องที่จำเป็นต้องระบุ