THE LAST SAVE ของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

จบลงไปแล้วกับเกมสึดท้ายอย่างเป็นทางการในนามทีมชาติไทยของผู้รักษาประตูวัย 36 ปี อย่างพี่ตี๋ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล หลังรับใช้ทีมชาติมากว่า 14 ปี โดยเกมสุดท้ายของเค้าถูกจัดขึ้นให้เป็น Match เกียรติยศ หรือที่เราเรียกกันว่า testimonial match นั้นเอง

โดยเกมนี้ถูกจัดขึ้นที่สนามเหย้าของ Suphanburi FC ต้นสังกัดของ พี่ตี๋ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นั้นเอง โดยเกมนี้ที่สนาม Suphanburi Stadium เป็นการพบกันของทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติ ทีมชาติตรินิแดดแอนด์โตเบโก นั้นเอง โดยเกมนี้พี่ตี๋ได้ลงเป็นตัวจริงและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 16 ของการแข่งขัน นั้นคือวินาทีสุดท้ายของการรับใช้ทีมชาติไทยของเค้า

ประวัติ

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ชื่อเล่น บอล เป็นที่รู้จักในชื่อ ตี๋ (23 มีนาคม พ.ศ. 2525) มีชื่อเดิมว่า โกสินทร์ หทัยรัตนกุล เป็นนักฟุตบอลชาวไทยเป็นคนจังหวัดสกลนครโดยเริ่มเล่นฟุตบอลให้กับโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จากนั้นได้ลงเล่นในรายการแข่งขันทั้งระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ทำให้ความสามารถของผู้รักษาประตูที่สูง 179 เซนติเมตร พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันสังกัดสโมสรสุพรรณบุรี

ประวัติการค้าแข้ง

ในปี พ.ศ. 2549 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ได้เดินทางไปเล่นฟุตบอลระดับสโมสรของประเทศอินโดนีเซียคือเปร์ซิบบันดุง (Persib Bandung) โดยระหว่าง 6 เดือน ที่ไปร่วมทีมนั้น ช่วยให้เขาเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ และเพิ่มความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะกลับมาช่วยสโมสรฟุตบอลจังหวัดชลบุรี สู้ศึกไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ปีถัดมา เขาได้รับเกียรติให้รับใช้ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ด้วยความสามารถที่ดีแต่โชคไม่เข้าข้าง ทีมชาติไทย โคจรมาพบกับกาตาร์เจ้าภาพในรอบก่อนรองชนะเลิศ และไม่สามารถชนะทีมชาติเจ้าภาพได้ อย่างไรก็ตาม สินทวีชัย ก็กลับมาพร้อมประสบการณ์ที่เขาต้องเรียนรู้ต่อไป ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทีมชาติไทยชนะเลิศรายการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 37 ในสนามศุภชลาศัย ไม่กี่เดือนต่อมา ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 พวกเขาเข้าสู่รอบสุดท้ายอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย สินทวีชัยได้เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งตลอดการแข่งขัน ยกเว้น 2 นัดสุดท้ายเมื่อผู้ฝึกสอนให้โอกาสกับผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์มากกว่าลงเล่น แต่อย่างไรก็ตามอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพเป็นการแข่งขันที่สร้างความประทับให้ให้กับกองเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ในปี พ.ศ. 2550 ถือว่าเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของสินทวีชัยในการเป็นนักกีฬาอาชีพ ในเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพร่วมในรายการแข่งขันที่มีความสำคัญที่สุดในทวีปเอเชีย คือ เอเชียนคัพ 2007 โดยเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม 4 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ไทย, เวียดนาม) ในปลายปี พ.ศ. 2558 หลังจบฤดูกาลเดียวกัน สินทวีชัยได้ย้ายออกจากชลบุรี หลังจากอยู่กันมานานถึง 9 ฤดูกาล โดยย้ายไปอยู่กับสุพรรณบุรี ในแมตซ์ฟีฟ่าเดย์ เขาได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติไทย ภายใต้โค้ช มิโลวาน ราเยวัตซ์

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ในลงเล่นทุกนัดให้กับทีมชาติไทยที่เป็นชาติเจ้าภาพการแข่งขันเอเชียนคัพที่กรุงเทพมหานคร โดยต้องแข่งขันกับที่ชั้นนำของทวีปเอเชีย ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับออสเตรเลีย, อิรัก และ โอมาน โดยผลการแข่งขันเมื่อพิจารณาแล้วไทยสู้ไม่ได้ในทุกด้านๆ เพราะมีประสบการณ์ที่น้อยกว่า หลังจากเอเชียนคัพ 2007 สินทวีชัยมีส่วนช่วยชลบุรีให้เป็นทีมจังหวัดทีมแรกที่ชนะเลิศลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดของประเทศ คือ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ในปีนั้นชลบุรีเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้นำ มีผู้เล่นเยาวชนที่ดีที่สุดในประเทศมากมาย ชลบุรีมีความมั่นใจที่มีปราการด่านสุดท้ายเป็นผู้รักษาประตูระดับทีมชาติ เมื่อถึงกลางฤดูกาล 2 จาก 3 ผู้เล่นทีมชาติไทยได้รับคำเชิญให้ไปฝึกซ้อมที่แมนเชสเตอร์ซิตีทำให้หมดสิทธิในการลงเล่น แต่ถึงจะขาดผู้เล่นไป 2 คน ชลบุรีก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ชนะ พวกเขาสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลจนสุดท้าย พวกเข้าก็ชนะเลิศไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2550 โดยชัยชนะของพวกเขา ทีมได้ส่วนแบ่งจากเงินรางวัล และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุลได้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู ในปี พ.ศ. 2551 เป็นปีที่หนักสำหรับสินทวีชัยในอาชีพนักฟุตบอล เพราะเขาต้องช่วยทีมสู้ศึกเอเอฟซี แชมเปียนลีก จังหวัดชลบุรี เพื่อต่อสู้กับทีมชั้นนำจากออสเตรเลีย และ ญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์และบทเรียนที่ผ่านมาในอาชีพ ทำให้สินทวีชัยเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในประเทศไทยคนหนึ่ง สินทวีชัย ยังเป็นสมาชิกทีมชุด ชนะเลิศ T&T Cup พ.ศ. 2551

เกียรติยศ

ชนะเลิศ ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 (พ.ศ. 2548)

ชนะเลิศ อะกรีแบงก์คัพ พ.ศ. 2549 ที่เวียดนาม

ชนะเลิศ ฟุตบอลคิงส์คัพ ธันวาคม พ.ศ. 2549 ที่สนามศุภชลาศัย

รองชนะเลิศ ฟุตบอลอาเซียนคัพ มกราคม พ.ศ. 2550

ชนะเลิศ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2550 กับ ชลบุรี เอฟซี

ชนะเลิศ ฟุตบอลเอฟเอคัพ กับ ชลบุรี เอฟซี

ผู้รักษาประตูแห่งปี พ.ศ. 2551 กับ ชลบุรี เอฟซี

T&T Cup: พ.ศ. 2551

เรามาดูสถิติที่เกิดขึ้นมากมายที่ผ่านมาของชายได้ที่ชื่อว่าเป็นแบบอย่างของความอดทน มุ่งมั้นเเละไม่ยอมแพ้อย่าง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

1. เขาเป็นชาวจังหวัดสกลนคร แต่มาใช้ชีวิตอยู่ที่ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่อายุ 15 ขวบ โดยจุดเริ่มต้น มาจากการที่ เจ้าตัวนั่ง รถทัวร์จากบ้านเกิด เพื่อมาคัดตัวเข้าโครงการ ช้างเผือก ของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ก่อนได้ทุนเรียนฟรีที่นี่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต สู่โอกาสในการรับใช้ทีมชาติ

2. 2 ปีต่อมา โกสินทร์ (ชื่อเดิมของ สินทวีชัย) ในวัย 17 ปี มีโอกาสติด ทีมชาติไทยครั้งแรก ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ด้วยความบังเอิญสุดๆ หลังจากเคย ไปคัดตัวกับทีมชาติชุดนี้ แล้วไม่ผ่าน แต่ในช่วงที่ ช้างศึก ยู-17 กำลังเก็บตัวเตรียมทีมนั้น นายทวารมือ 2 และ มือ 3 ของชุดนั้น มีการอาการบาดเจ็บ แถมตัวสแตนด์บายอีกคนก็ดันมามีปัญหา  ‘โกสินทร์’  จึงถูก “น้าติ๊ก” สมชาติ ยิ้มศิริ เฮดโค้ชช้างศึก ยู-17 เรียกตัวไปติดทีมในโค้งสุดท้าย

3.  เกมแรกในสีเสื้อทีมชาติไทย (รวมทุกชุด) โกสินทร์ มีโอกาสลงเฝ้าแค่ 2 นาทีกว่าๆ เท่านั้น (ลงสนามนาทีที่ 88) หลังถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทนที่ อินทรัตน์ อภิญญากุล นายด่านมือ 1 ชุดนั้น ในศึกชิงแชมป์โลก ยู-17 นัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่แพ้ กาน่า 1-7 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1999 

4. สินทวีชัยเคยเปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการเป็น นักฟุตบอลทีมชาติไทย เกิดขึ้นจากในวัยเด็ก เขาเห็น รุ่นพี่นักเตะทีมชาติ ยืนเข้าแถวร้องเพลงชาติก่อนเกม ผ่านจอทีวี และอยากเห็นตัวเองไปยืนตรงจุดนั้นบ้าง จึงฝึกฝนพัฒนาตัวเอง ไต่เต้า จนวันนี้ เขา กลายเป็น ผู้รักษาประตูระดับตำนานคนหนึ่งของทีมชาติไทย

5.  ผ่านการลงเล่นเอเชียนเกมส์ กับ ทีมชาติไทย ชุด ยู-23 (ปรีโอลิมปิก) และคว้าแชมป์ซีเกมส์ ได้ 2 สมัย ในปี 2003 และ 2005 รวมถึงเคยลุยทัวร์นาเมนต์อย่าง เอเชียน คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2004 และ 2007 และผ่านการลงเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก มาแล้วถึง 4 ครั้ง (2006, 2010, 2014, 2018) ก่อนจะ สมหวังเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ในครั้งล่าสุดที่ผ่านพ้นไป 

6. ประเดิมเฝ้าเสาในทีมชาติชุดใหญ่นัดแรก ด้วยวัยเพียง 21 ปี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2003 ในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับ เรอัล มาดริด โดยถูกเปลี่ยนลงในครึ่งหลัง แทนที่ กิตติศักดิ์ ระวังป่า โดยเกมนัดนั้น ทีมชาติไทย แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 

7. คว้า 7 แชมป์กับทีมชาติไทย ประกอบด้วย ถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ 3 ครั้ง (2007, 2016, 2017), เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 1 ครั้ง (2016), ซีเกมส์ 2 ครั้ง (2003,2005) ที แอนด์ ที คัพ 1 ครั้ง (2007) 

8. ในการรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ เขาเก็บคลีนชีตได้ถึง 24 นัด และเคยรับมือนักเตะชื่อดังมากมาย ไล่มาตั้งแต่ มิคาเอล เอสเซียง (บอลโลก ยู-17), ซีเนอดิน ซีดาน, เดวิด เบคแฮม, โรแบร์โต คาร์ลอส, เควิน คูรานยี, ลูคัส โพดอลสกี, คี ซุง ยอง (เกมอุ่นเครื่อง) ไปจนถึง ชุนซุเกะ นากามูระ, อาลี ดาอี, ยูนิส มาห์มูด, มาร์ค วิดูก้า, แฮร์รี คีเวลล์, (เกมทีมชาติ) เป็นต้น 

9.  เปลี่ยนชื่อจริงจาก โกสินทร์ มาเป็น สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี คศ. 2009

10. สินทวีชัย แต่งงาน ชื่นชนก ศิริวัฒน์ หลังทั้งคู่พบรักกันที่สนามฟุตบอล ระหว่างที่ สินทวีชัย กำลังรับใช้ทีมชาติ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน ปี 2007 ส่วน ชื่นชนก ทำหน้าที่โฆษกสนาม ก่อนคบหาดูใจเป็นเวลานานถึง 10 ปี และเข้าพิธีวิวาห์ไป เมื่อช่วงต้นปีทีผ่านมา

11. ผ่านการร่วมงานกับ กุนซือทีมชาติไทย (เฉพาะชุดใหญ่) มากถึง 11 คน ประกอบด้วย ปีเตอร์ วิธ,คาร์ลอส อัลแบร์โต คาร์วัลโญ, ชัชชัย พหลแพทย์, ซิกกี เฮลด์, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, ปีเตอร์ รีด, ไบรอัน รอบสัน, วินฟรีด เชเฟอร์, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ มิโลวาน ราเยวัช 

12. เคยได้รับเลือกให้เป็น “กัปตันทีมชาติไทย” จากเฮดโค้ชถึง 3 ยุค ไล่มาตั้งแต่ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ มิโลวาน ราเยวัช  รวมถึงเคยรับบทบาท กัปตันทีมชาติไทย ยู-23 ชุดแชมป์ ซีเกมส์ 2005 ภายใต้การคุมทีมของ ชาญวิทย์ ผลชีวิน อีกด้วย

13.หลายคนเรียกหรือรู้จักเขาในชื่อเล่นว่า “ตี๋” แต่แท้จริงแล้ว เขามีชื่อเล่นจริงๆ ที่พ่อแม่ตั้งให้ว่า “บอล” และผู้ที่เปลี่ยนชื่อเล่นให้เป็น “ตี๋” จนผู้คนเรียกปากจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ อดีตกองหน้าระดับตำนานทีมชาติไทย 

14. ตลอด 14 ปี ในการรับใช้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 78 นัด รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 5,140 วัน

15. ได้รับฉายาว่า “ซูเปอร์ตี๋” และ “ตี๋นอยเออร์‘ โดยเฉพาะฉายาหลัง เกิดขึ้นในเกมรับใช้ ทีมชาติไทย นัดชนะ เวียดนาม 1-0 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2015 ในนาทีที่ 52 เวียดนาม ได้สวนกลับเร็ว และ เล กง วินห์ หลุดเดี่ยวลากบอลมาด้วยความเร็ว แต่ถูก สินทวีชัย วิ่งออกนอกกรอบเขตโทษ ไปสกัดอย่างแม่นยำ ช่วยให้ ไทย รอดพ้นการเสียประตู ก่อนจะมาได้ประตูชัยจาก ปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 80 ซึ่งฉายา ตี๋ นอยเออร์ มีที่มาจากสไตล์การออกมาตัดบอลจังหวะนั้น ที่คล้ายคลึงกับ มานูเอล นอยเออร์ นายด่านทีมชาติเยอรมัน นั่นเอง

16.ประโยคสุดท้าย ในการสั่งลาการรับใช้ชาติทีมชาติ ที่พูดกับรุ่นน้องนักเตะ ในห้องแต่งตัว คือ “สุดท้ายถ้าจะจดจำอะไรในตัวพี่ ให้จดจำว่า พี่คือนักสู้ สู้จนวินาทีสุดท้าย จากนี้พี่จะเป็นอดีตทีมชาติ พี่จะเป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนพวกเอ็ง ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเล่น และการใช้ชีวิต"”

17. หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน เขาไม่เคยปฏิเสธทีมชาติ แม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะติดในฐานะตัวจริง หรือผู้รักษาประตูสำรอง ตลอดเส้นทางการรับใช้ทัพช้างศึกอย่างยาวนาน 18 ปี (รวมชุดเยาวชน)

18. สินทวีชัย เลือกใช้เบอร์ 18 เป็นหมายเลขประจำตัว ตั้งแต่การรับใช้ทีมชาติครั้งแรก (ชุดยู-17 ชิงแชมป์โลก) และถือเป็นหมายเลขที่เจ้าตัวรัก และเลือกใช้เสมอ ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร 

กระทั่งได้ขอเปลี่ยนใส่หมายเลข 20  เพื่อส่งมอบหมายเลข 18 ในนามทีมชาติไทย ให้กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไว้ใช้ อย่างสมบูรณ์ (แม้กระทั่งในยามที่ ชนาธิป ไม่ได้ติดทีมชาติ เขาก็ไม่หวนกลับไปใส่เบอร์เดิม) 

19. ลงเล่นในเกมสุดท้ายอย่างเป็นทางการไป 16 นาที

20. ผู้เข้าชมการแข่งขันในเกมสุดท้ายที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับใช้ชาติอยู่ที่ 15,059 คน

Live : FIFA DAY ทีมชาติไทย VS ทีมชาติตรินิแดดและโตเบโก | 14 ต.ค. 61

ของคุณข้อมูลเชิงสถิติจาก goal.com ประเทศไทย

แนะนำที่พักใกล้ๆ

  โรงแรม  
ซีพีเอส แมนชั่น สุพรรณบุรี
CPS Mansion Suphanburi
ดูรายละเอียด
ม้วน รีสอร์ต
Muaan Resort
ดูรายละเอียด
Suanrak Resort
Suanrak Resort
ดูรายละเอียด
ศรีอู่ทอง แกรนด์ โฮเต็ล
Sri U-Thong Grand Hotel
ดูรายละเอียด
โรงแรมคุ้มสุพรรณ
Khum Suphan Hotel
ดูรายละเอียด
โรงแรมวาสิฏฐี ซิตี้
Vasidtee City Hotel
ดูรายละเอียด
โรงแรมสองพันบุรี
Songphanburi Hotel
ดูรายละเอียด
The Country Lake View Hotel
The Country Lake View Hotel
ดูรายละเอียด

ผู้เขียน

Noti21 ( 175 โพสต์)
เขียนเมื่อ : 14 ต.ค. 2561 22:16

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผย. ดอกจัน (*) คือช่องที่จำเป็นต้องระบุ